อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ปาฐกถาพิเศษยุทธศาสตร์ “ผงาดล้านนา”เสนอจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและนวัตกรรม (LEC-LECi)เป็นคานงัดล้านนาสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค 4 ชาติ “ม.พายัพ-ทิวา คอร์ปฯ” เอ็มโอยู.ผนึกภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน “Raising Lanna”

มหาวิทยาลัยพายัพ ร่วมกับ บริษัท ทิวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดสัมมนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “Raising Lanna: โอกาสใหม่ของธุรกิจภาคเหนือในการเติบโตในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ณอาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สิรินธร มหาวิทยาลัยพายัพเมื่อ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และเครือข่ายธุรกิจ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการภาคเหนือสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืน

พร้อมทั้งมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง อาจารย์อภิชา อินสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ และ คุณชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ พราหมณพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวต้อนรับและรายงานความเป็นมาของกรอบความร่วมมือ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ อาจารย์อภิชา อินสุวรรณได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยพายัพกับการสร้างระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบพอดี” ว่า มหาวิทยาลัยพายัพพร้อมทำหน้าที่เป็นคลังสมอง เสาหลักทางปัญญา และแหล่งบ่มเพาะทุนมนุษย์แห่งอนาคต โดยมุ่งบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับภาคธุรกิจจริง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน สังคม และขับเคลื่อนชุมชนสุขยืนยาวตามหลักอารยเกษตรสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. (FKII) อดีตรัฐมนตรีและอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ล้านนา Raising & Business Transformation สู่ศูนย์กลางเศรฐกิจภูมิภาค”
นายอลงกรณ์ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ที่ต้องก้าวข้ามกรอบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแบบเดิมและแก้โจทย์ใหญ่ 3 ด้านของภาคเหนือได้แก่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด วิกฤตสิ่งแวดล้อม-PM2.5 และกับดักสินค้ามูลค่าต่ำก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค 4 ชาติ” เชื่อมโยงการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวการศึกษาและการแพทย์กับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง(GMS) เมียนมา ลาว และมณฑลตอนใต้ของจีน คือยูนนานและเสฉวน ซึ่งมีประชากร131ล้านคนมี GDP รวมกว่า 43.5 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าไทย 2.5 เท่า

ทั้งนี้ ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ได้นำเสนอตัวอย่างของประเทศต่างๆซึ่งมีภูมิประเทศป่าเขาไม่มีทางออกทะเลคล้ายล้านนาแต่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเช่นแคว้นเซาธ์ไทรอล (อิตาลี), เฉิงตู (จีน), บาเดน-เวือร์ทเทิมแบร์ค (เยอรมนี) และรัฐเกรละ (อินเดีย)
อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ยังชี้ว่าล้านนาต้องจัดตั้ง“ระเบียงเศรษฐกิจ-นวัตกรรมล้านนา( LEC & LECi : LANNA Economic Corridor and Innovation) ” เป็นพื้นที่บริหารพิเศษโดยถอดรหัสความสำเร็จของ EEC และ EECi เป็นต้นแบบ เพื่อขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์แห่งการเปลี่ยนผ่าน (LANNA Transformation) ครอบคลุม:

1. Transform โลจิสติกส์: สู่ศูนย์กลางท่าเรือบก (Dry Port Hub) ที่เชียงของเชื่อมต่อระบบรางรถไฟจีน-ลาว ที่ด่านโม่ฮ่านกับรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และเร่งพัฒนาขยายสนามบินเชียงใหม่-เชียงรายเป็นฮับการบินพร้อมยกระดับระบบ Cold Chain Logistics สู่ตลาดจีนและGMS
2. Transform เกษตรกรรม: สู่ Agri-Food & Bio-Innovation ผ่านกลไกศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC:Agritech and Innovation Center)ใน8จังหวัดล้านนาขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะและนวัตกรรมเกษตรอาหารมูลค่าสูงคู่ขนานไปกับเป้าหมายZero-Burn 100% ใน 3 ปี
3. Transform การท่องเที่ยว: สู่ Wellness Longevity & Medical Hub รับ Silver Economy ดึงดูด Digital Nomads และยกระดับคราฟต์ท้องถิ่นสู่ Global Lifestyle Brands

4. Transform เขตเศรษฐกิจพิเศษและนวัตกรรมล้านนาโดยผลักดัน พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจล้านนา (LEC) และเขตนวัตกรรมล้านนา(LECi)เป็นซิลิคอนวัลเล่ย์ท่ามกลางธรรมชาติและวัฒนธรรมล้านนา
5. Transform ธุรกิจและผู้ประกอบการ: บ่มเพาะ 100 แบรนด์ล้านนาสู่ Cross-Border E-Commerce จีน ผลักดัน 20 บริษัทเข้าสู่MAIภายใน 5 ปี และเร่งทำ Dual Transformation ปรับธุรกิจเดิมและสร้างธุรกิจใหม่อิงกรอบ ESG

ทั้งนี้การผงาดล้านนา(Raising LANNA)ต้องมีเป้าหมายเชิงพื้นที่ชัดเจนแต่ละจังหวัดแบ่งเป็น2โซน
1.ล้านนาตะวันตก (เชียงใหม่–ลำพูน–ลำปาง–แม่ฮ่องสอน): เชียงใหม่คือศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ และวัฒนธรรมที่มี GPP สูงถึง 2.7 – 2.9 แสนล้านบาท, ลำพูนคือฐานอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในภาคเหนือกว่า 2 แสนบาท/คน/ปี, ลำปางคือศูนย์กลางพลังงาน เซรามิก และโลจิสติกส์เชื่อมภาคกลาง, แม่ฮ่องสอนคือขุมทรัพย์ทางชีวภาพและผืนป่าที่สมบูรณ์กว่า 85%
2.ล้านนาตะวันออก (เชียงราย–พะเยา–แพร่–น่าน): เชียงรายคือประตูการค้ามูลค่าเฉียดแสนล้านบาทสู่ GMS, พะเยาคืออู่ข้าวอู่น้ำและนวัตกรรมอาหารปลอดภัยรอบกว๊านพะเยา, แพร่คือเมืองหลวงแห่งงานไม้และผ้าหม้อห้อมธรรมชาติ, และน่านคือเมืองต้นแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและป่าต้นน้ำที่หล่อเลี้ยง 40% ของแม่น้ำเจ้าพระยา
นายอลงกรณ์สรุปทิ้งท้ายว่า“ล้านนาไม่ได้รอคอยให้อนาคตมาถึง แต่พวกเราทุกคนกำลัง สร้างอนาคตใหม่ของล้านนาขอให้ร่วมกันปลุกพลังแห่งแผ่นดินล้านนาเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค”
ขณะเดียวกัน ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ได้ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Local Transformation: ภูมิภาคต้องปรับตัวอย่างไรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” นำเสนอมุมมองเชิงนโยบาย การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการวางกลยุทธ์ทางการเงินระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการระดมมุมมองและถ่ายทอดกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในภาคเอกชน ได้แก่:
Strategic Business Transformation: บรรยายหัวข้อ “การ Transform ธุรกิจให้ได้จริง ในยุคที่มีความท้าทายสูง” โดย คุณชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธาน บริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
AI Transformation: นำเสนอแนวทาง “การทำ AI Transformation ให้เกิดขึ้นจริงด้วย PLAI Model” โดย คุณกฤชฐา โภคาสถิตย์ ผู้อำนวยการ สมาคมสถาบันทิวา
Business Decoding: เทคนิคการเจาะแก่นธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาได้ตรงจุด โดย คุณปริญญา เร่งพินิจ ที่ปรึกษา TVA Business Decoding Consultant
Fundraising: เจาะลึกการบริหาร Cash Flow และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ โดย คุณศิริพร ศิริวรรณชัย ที่ปรึกษาทางการเงิน TVA Financial Consultant
เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติจริง ภายในงานยังได้เปิดรับสมัครผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร Fundamental PYU รุ่นที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างทักษะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมภาคบ่าย Business Matching & Consultation Session ให้คำปรึกษาเชิงลึกและสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ เพื่อร่วมวางยุทธศาสตร์ วิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหา และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม.