ฝ่าวิกฤตทะเล! “ธนาคารไข่หมึก” ละแม กู้หมึกลด พลิกวิกฤตเป็นพลังชาวประมง

ชุมพร – วิกฤตหมึกลดฮวบกระแทกอาชีพชาวประมงบ้านทะเลงาม อ.ละแม จ.ชุมพร แต่แทนที่จะยอมถอย ชาวประมงรวมพลังลุกขึ้นตั้ง “ธนาคารไข่หมึก” นำไข่หมึกที่ติดมากับอวนเข้าสู่กระชังอนุบาล ก่อนปล่อยลูกหมึกคืนสู่ท้องทะเล หวังเพิ่มประชากรสัตว์น้ำ ลดระยะทางออกเรือ ลดต้นทุน และฟื้นทรัพยากรประมงให้กลับมาเลี้ยงชุมชนได้อีกครั้ง ล่าสุดมีสมาชิก 54 คน และได้รับคัดเลือกเป็น สถาบันเกษตรกรดีเด่น ประเภทกลุ่มเกษตรกรทำการประมง ระดับจังหวัด ปี 2569
วันที่ 16 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน “ธนาคารไข่หมึกอ่าวละแม” พบ น.ส.ราตรี จันทรัตน์ ประมงอำเภอละแม พร้อมด้วย นายศรชัย ไพฑูรย์ อายุ 49 ปี ประธานธนาคารไข่หมึกสวนแตง นายทรรศน์วรรธน์ ทับเนียม คณะทำงานพื้นที่ชุ่มน้ำป่าพุคันธุลี นายอัมพร อำนวยผล ภาคีเครือข่ายธนาคารไข่หมึกคันธุลี และกลุ่มชาวประมงในพื้นที่ ร่วมสะท้อนปัญหาและแนวทางฟื้นฟูทรัพยากรทะเล

น.ส.ราตรี เปิดเผยว่า ธนาคารไข่หมึกของชาวประมงอำเภอละแมดำเนินการต่อเนื่องมานาน 14 ปี โดยจัดกระชังอนุบาลห่างจากชายฝั่งประมาณ 1 ไมล์ทะเล นำไข่หมึกที่ติดมากับเครื่องมือประมงมาอนุบาล ก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ เป้าหมายสำคัญคือเพิ่มจำนวนหมึกในทะเล และทำให้ชาวประมงสามารถทำประมงใกล้ฝั่งได้มากขึ้น ช่วยลดทั้งค่าน้ำมัน ค่าน้ำแข็ง และเวลาในการออกเรือ

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2555 เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล กรมประมง ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลชุมพร ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลและจัดทำคู่มือการทำธนาคารไข่หมึกในพื้นที่บ้านทะเลงาม ก่อนประมงอำเภอละแมเปิดเวทีพูดคุยกับชาวประมง จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่า “หมึกสามารถทำธนาคารสัตว์น้ำได้หรือไม่”

คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดตั้งต้นของการรวมกลุ่มอย่างจริงจัง ทั้งการกำหนดพื้นที่ อบรมสมาชิก จัดทำกระชัง และนำไข่หมึกเข้าสู่กระบวนการอนุบาล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหมึกฟักตัวและเติบโต ก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล
จากสมาชิกเริ่มต้น 25 คน เครือข่ายขยายไปยังชาวประมงพื้นที่คลองดวด เพิ่มสมาชิกอีก 18 ลำ พร้อมร่วมกันจัดทำธนาคารไข่หมึก 3 กระชัง แบ่งเป็นพื้นที่อำเภอละแม 2 กระชัง และพื้นที่คันธุลี 1 กระชัง เดินหน้ารวบรวมไข่หมึกเข้าสู่กระชังอนุบาลอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางฟื้นทะเลไม่ได้ราบรื่น ช่วงมรสุมต้องนำกระชังขึ้นฝั่ง กระชังผุพังต้องซ่อมแซมหรือจัดทำใหม่ทุก 1-2 ปี ขณะที่บางฤดูกาลไม่มีไข่หมึกเข้าสู่ระบบ แต่สมาชิกยังเดินหน้าต่อ โดยใช้กลุ่มไลน์ประสานงานแก้ไขปัญหา พร้อมถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูสัตว์น้ำให้แก่ชาวประมง นักเรียน และประชาชนในพื้นที่
ผลจากการดำเนินงานเริ่มเห็นหลังผ่านไปประมาณ 1 ปี ปริมาณหมึกที่ชาวประมงจับได้เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้เพิ่มจากเดิมประมาณวันละ 1,000 บาท เป็นวันละ 3,000-4,000 บาท จากข้อมูลการเก็บข้อมูลจากแพในพื้นที่

ต่อมาในปี 2558 เมื่อกรมประมงเปิดให้จดทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น สมาชิกจึงรวมตัวจดทะเบียน “กลุ่มธนาคารไข่หมึก” โดยข้อมูลทะเบียนของสำนักงานประมงจังหวัดชุมพรระบุว่า กลุ่มมีสมาชิก 25 คน และถือเป็นธนาคารไข่หมึกแห่งแรกของประเทศไทย ก่อนขยายสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมี 54 คน
นายศรชัย กล่าวว่า เดิมชาวประมงเผชิญปัญหาผลผลิตสัตว์น้ำลดลงอย่างหนัก ต้องออกเรือไกลขึ้น ขณะที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น แต่หลังนำไข่หมึกที่ติดมากับอวนมารวบรวมไว้ในกระชังธนาคารไข่หมึก ทำให้มีลูกหมึกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ และชาวประมงสามารถจับหมึกบริเวณชายฝั่งได้มากขึ้น ไม่ต้องออกไปไกลเหมือนที่ผ่านมา
แนวทางดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากชาวประมงพื้นที่ใกล้เคียง ทั้ง อ.หลังสวน จ.ชุมพร และพื้นที่คันธุลี จ.สุราษฎร์ธานี ที่เดินทางมาศึกษาดูงาน หวังนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง เพื่อขยายเครือข่ายธนาคารไข่หมึกและเพิ่มจำนวนหมึกกลับคืนสู่ท้องทะเล
นายทรรศน์วรรธน์ กล่าวว่า พื้นที่คันธุลีได้รับผลกระทบจากจำนวนสัตว์ทะเลที่ลดลงเช่นกัน จึงเข้ามาศึกษาการทำธนาคารไข่หมึก และเห็นถึงความเข้มแข็งของการรวมกลุ่มชาวประมง ซึ่งสามารถช่วยให้ชาวประมงทำประมงใกล้ชายฝั่งได้มากขึ้น
ด้านนายอัมพร กล่าวว่า ปัญหาสัตว์ทะเลลดลงส่งผลกระทบต่อชาวประมงในพื้นที่เช่นเดียวกัน จึงร่วมศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำและรักษาอาชีพประมงให้คงอยู่ต่อไปถึงรุ่นลูกหลาน
สำหรับวิธีการ ไข่หมึกที่ติดมากับอวนจะถูกนำมาใส่กระชังเพื่อให้ฟักตัว โดยไข่หมึกหนึ่งฝักมีลูกหมึกประมาณ 5-8 ตัว ก่อนปล่อยกลับคืนสู่ทะเล เป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกหมึกเติบโตและเพิ่มประชากรสัตว์น้ำในพื้นที่
ขณะที่ปี 2569 ประมงอำเภอละแมได้คัดเลือกกลุ่มธนาคารไข่หมึกเข้าร่วมประกวดสถาบันเกษตรกรดีเด่น ประเภทกลุ่มเกษตรกรทำการประมง และได้รับการคัดเลือกเป็น สถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกลุ่มชาวประมงที่ลุกขึ้นมาร่วมกันแก้ปัญหาทรัพยากรทะเลด้วยตัวเอง
น.ส.ราตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาชาวประมงต้องเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งพายุปลาบึกในปี 2562 วิกฤตปะการังฟอกขาว ฤดูมรสุมที่ไม่สามารถออกเรือทำประมงได้ รวมถึงบางปีที่ปริมาณหมึกลดลงอย่างน่าใจหาย และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง กระทบต่อชาวประมงอย่างหนัก
เมื่อสถานการณ์บีบให้ต้องพึ่งพาตัวเอง ชาวประมงจึงมองหาอาชีพเสริมควบคู่กับอาชีพหลัก โดยพัฒนาการทำประมงเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งการเช่าเหมาเรือพานักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตประมง ดำน้ำชมแนวปะการัง ชมการกู้ลอบหมึก ลอบปู รวมถึงเปิดแคมป์ปิ้งและที่พักรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน ครอบครัวชาวประมงยังรวมตัวตั้งร้านค้าชุมชน จำหน่ายอาหารทะเลและอาหารประเภทต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน โดยส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของสมาชิกธนาคารไข่หมึก
“แนวทางต่อไปคือการส่งเสริมอาชีพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธนาคารไข่หมึก เพื่อให้ครอบครัวชาวประมงมีรายได้เพิ่ม มีเงินเลี้ยงดูครอบครัวและส่งลูกหลานเรียนหนังสือ นำไปสู่การพึ่งพาตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง และสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพประมงอย่างยั่งยืนต่อไป” น.ส.ราตรี กล่าว
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514